ผลกระทบจาก Covid-19 ระลอกแล้วระลอกเล่าที่นอกจากภาคสาธาณสุขจะล่มสลายไม่เป็นท่า ภาคเศรษฐกิจที่คลุกคลานแทบเกินเยียวยา ภาคการศึกษาก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษาระดับชั้นไหน ก็อาจจะเรียนออนไลน์จนท้อ อ่านหนังสือสอบจนพอ เพื่อพบพบว่าศูนย์สอบปิด! เลื่อนแล้ว รออีก วนเวียนแบบนี้จนน้องๆ หลายคนเริ่มหมดกำลังใจ จนถึงขั้นไฟมอดเลยทีเดียว ลองสำรวจตัวเองดูว่า ใครกำลังตกอยู่ในสภาวะประมาณนี้ มาดูกันว่าจะแก้ปัญหายังไงดีนะคะ 

เชื่อว่าหลายคนอาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่า การเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กยุคนี้จะต้องขึ้นอยู่กับ ความตั้งใจ การเข้าถึงข้อมูล และ “โอกาสในการที่จะได้สอบ”   ซึ่งการเตรียมตัวในยุคโควิดแบบนี้ยากลำบากกว่าปกติอยู่แล้ว เพราะถึงจะเตรียมตัวสอบ อ่านหนังสือ หรือวางแผนมาดีแค่ไหน ก็ยังมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ อย่างเช่น ศูนย์สอบปิด ยกเลิกการสอบกระทันหันไม่ว่าจะเป็นการสอบ IELTS หรือ SAT และอื่นๆ ทำให้เดือนร้อนกันถ้วนหน้า  ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจะผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อจุดหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต โดยเฉพาะการใช้คะแนนเพื่อการยื่นเรียนต่อในมหาวิทยาลัย จนทำให้น้องๆหลายคนอาจจะเสียโอกาสเข้าเรียนในคณะที่ตัวเองฝันไว้ หรืออาจจะต้องเสียเวลารอไปอีก 1 ปี แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร การปรับตัวอย่างรวดเร็วถือเป็นแต้มต่อในสถานการณ์แบบนี้นะคะ ท้อได้แต่อย่าถอย ล้มได้แต่ลุกให้ไว เพราะคนที่พร้อมกว่าทั้งด้านความรู้ การวางแผน การมีโค้ชที่ดีคอยช่วยชี้ทางในวันที่หนทางขรุขระ มืดมน จะความโชคดีทางด้านโอกาสมากกว่า หรือเรียกง่ายๆ ว่าเมื่อเราพร้อมแล้ว “จังหวะมันได้” จึงทำให้เด็กกลุ่มนี้ มีโอกาสประสบความสำเร็จด้านการเรียนสูงกว่าคนอื่นเสมอ  แม้หลายครั้งๆ การยกเลิก ศูนย์สอบ SAT ทำให้ไฟในตัวเองของเด็กหลายๆ คนมอดลง เพราะ ไม่รู้ว่าเตรียมตัวไปจะได้สอบหรือไม่ นี่จึงทำให้เกิดภาวะถดถอยทางด้านจิตใจ หรือหมดใจได้ จนทำให้เป้าหมายของเรายิ่งเล็กลงไปเรื่อย จนบางคนอาจจะอยากเทแรงๆ ไม่เอาอะไรแล้ว ได้เท่าไหนเอาแค่นั้น เป็นท้อแล้วเว้ยยย! พี่ๆ เข้าใจมากๆ ค่ะ แต่อยากให้น้องๆ อดทนอีกนิด ฮึบขึ้นมาอีกหน่อย คิดเสียว่าเราวิ่งมาดีๆ อาจจะมีวิ่งกีดขวางที่ต้องกระโดดข้ามบ้าง บางครั้งอาจจะล้มลุกคลุกคลานไปกับมัน แต่เมื่อเจอบ่อยเข้า เราก็มีภูมิต้านทานจนแข็งแรง เมื่อกลับมามองที่ปัญหาเดิม จะรู้สึกว่า มันก็แค่อุปสรรคเล็กๆ ที่ทำให้เราเติบโตขึ้น และเราจะต้องผ่านมันไปให้ได้  

นอกจากความพยายามต่อสู้กับตัวเองของเด็กๆ แล้ว แรงสนับสนุนจากครอบครัวก็สำคัญมากนะคะ  

ครอบครัวถือเป็นกำลังใจที่สำคัญ ของน้องๆ ในวัยรุ่นช่วงอายุ 13-20 ปีที่มีอิทธิพลถึงขั้นสามารถผลักดันขึ้นไป หรือฉุดรั้งลงมาได้เลยทีเดียว เพราะกำลังใจที่ดี สามารถช่วยลดปัญหา จิตป่วยหรือ โรคซึมเศร้าในวัยรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์เปราะบางแบบนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะจิตใจที่แข็งแรงสามารถเอาชนะทุกอย่างได้ รวมถึงมีมุมมองต่ออุปสรรคที่เจอในทางบวก แก้ไขปัญหาเองได้ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์  ถึงแม้ว่าผู้ปกครองและน้องๆ หลายคนอาจจะมองว่าโควิดคือปัญหาในการเรียนและใช้ชีวิต  แต่ในวิกฤตก็ยังมีโอกาสเสมอค่ะ เพราะในเวลาที่ยากลำบากแบบนี้ ก็วัดใจกันไปเลยว่าใครแข็งแกร่งพอที่จะไปต่อ หรือใครถอดใจจนอยากจะพอแค่นี้ เพราะบทเรียนชีวิตยังมีอุปสรรคที่ยากลำบากอีกมากมาย และเส้นทางก็ยาวไกลจนสุดลูกหูลูกตา พี่ๆ อยากเห็นน้องๆ เป็นผู้ชนะในเวลาแบบนี้ ไม่เหนื่อยจนท้อ และพอไปเอง แต่เป็นคนผู้พิชิตในยุคโควิด เป็นนักเรียนที่แข็งแกร่งในสนามสอบยิ่งกว่าครั้งไหนๆ สนามสอบจะปิด ศูนย์สอบจะเลื่อนก็ไม่เป็นไร อดทน อย่าถอดใจเพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม อนาคตและความสำเร็จจะเป็นของคนที่พร้อมมากกว่าเสมอนะคะ