หลายๆครอบครัว เชื่อว่าหน้าที่ของเด็กในยุคนี้คือ การเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวซึ่งจะต้องเรียนให้ดีเรียนให้เก่ง เรื่องอื่นไม่ต้องสนใจ แม้แต่งานในบ้าน ก็จะมีคนดูแลความเรียบร้อยให้อยู่เสมอจนสร้างนิสัยของ “การไม่ต้องรับผิดชอบตัวเอง”
ซึ่งการปลูกฝังความรับผิดชอบตนเองเป็นสิ่งสำคัญ แม้แต่หน้าที่ในการดูแลบ้านเล็กน้อย อย่างเช่น ล้างจาน รดน้ำต้นไม้ กวาดบ้าน ถูบ้าน ก็เป็นสิ่งเล็กๆ ที่สามารถช่วยทำให้เด็กเข้าใจหน้าที่ และความรับผิดชอบของตัวเองในครอบครัว แถมยังสามารถเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในบ้านได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความเข้าอกเข้าใจ ของสมาชิกในบ้านและทำให้เด็กไม่รู้สึกโดดเดี่ยว  การขาดความรักความอบอุ่นในวัยเด็ก จะนำไปสู่ปัญหาที่ยากจะเยียวยาในอนาคต เพราะเด็กหลายๆ คนโตขึ้นโดยพบกับปัญหา คือ ทำอะไรไม่เป็น ตัดสินใจไม่ได้ หรือ เริ่มต้นไม่ถูก
โดยความรู้สึกเหล่านี้มักเกิดขึ้นจากการที่โดนชี้นำมาทั้งชีวิต ขาดโอกาสในการตัดสินใจด้วยตนเอง จนทำให้เด็กหลายๆคนเกิดภาวะซึมเศร้า self-esteem (ความนับถือในตนเอง) ต่ำ ไม่มั่นใจ และดูถูกความสามารถของตนเอง
หรือบางครอบครัว เห็นลูกเปรียบเสมือนตัวแทนความหวัง ความฝันที่ขาดหายไปของพ่อแม่ อยากให้ทำ ให้เรียนในสิ่งที่พ่อแม่อาจจะคิด (แทน) ว่าดีที่สุดสำหรับลูก จนนำไปสู่การชี้นำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจจะทำให้เด็กคล้อยตามในช่วงแรก แต่เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น หรือวันที่ต้องเลือกอาชีพ วันที่เขามีความชอบ มีความคิดเป็นของตัวเองเด็กอาจจะเกิดความรู้สึกต่อต้าน จนกระทั่งเกิดการมีปัญหาร้าวฉานในครอบครัว เพราะความไม่เข้าใจกันและการไม่เคารพการตัดสินใจของกันและกัน หลายๆ ครั้งที่ผู้ปกครองอาจจะฉุกคิดตั้งคำถามว่า “นี่เรา ทำร้ายลูกทางอ้อมอยู่หรือเปล่า”…

               เด็กหลายๆ คนเผชิญหน้ากับความรู้สึกเหล่านี้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ในระหว่างที่ต้องเลือกเส้นทางการเรียนต่อ บางครั้งอาจจะนิ่งเฉย ไม่ทำอะไร ไม่มีความกระตือรือร้น
ความรู้สึกนี้มันอาจจะเกิดจากความว่างเปล่าภายในจิตใจ เพราะไม่กล้าที่จะตัดสินใจในอนาคตของตนเอง หรือกลัวว่าจะทำให้พ่อแม่เสียใจเพราะไม่เลือกคณะตามที่พ่อแม่คาดหวัง
บางทีปัญหาแบบนี้คล้ายๆ กับการเรียนขับรถนะคะ ที่หลายๆ บ้านมักเลือกส่งตัวเองไปเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถยนต์ มากกว่าจะมาตีกันตายเพราะสอนกันเอง ปัญหาในครอบครัวก็เช่นกันค่ะ ถ้าพูดกันเองมันย้ากยากกก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ปรึกษา The Coach ค่ะ
             เราสามารถเป็นตัวกลางในการช่วยเจรจา และแก้ไขปัญหา เสมือนกาวใจชั้นดี ที่จะพาผู้ปกครองและเด็กมาเจอกันตรงกลาง เปิดอก แบใจสร้างความเข้าใจร่วมกัน นำไปสู่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพ่อแม่ และตัวเด็กเอง มาค่อยๆ ดูกันว่าสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ กับสิ่งที่น้องๆ ต้องการ ไปด้วยกันมากแค่ไหน…ใครไม่กล้าคุยกับพ่อแม่ ให้พี่ๆ ช่วยนะคะ บ้านไม่แตก แถมรักและเข้าใจกันมากขึ้นแน่นอน เพราะเราเชื่อสุดหัวใจว่าการที่คนเราจะประสบความสำเร็จอาจจะไม่ใช่การมีหน้าที่การงาน การเงินที่ดีเท่านั้น แต่อาจจะหมายถึงมีการรู้สึกรัก รู้สึกมีตัวตน เห็นคุณค่าในตนเอง ครอบครัวจึงเป็นกุญแจสำคัญ ในการสร้างเด็กคนหนึ่งให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ด้านการศึกษา แต่รวมถึงการเต็มเติมความสุขทางด้านจิตใจด้วย ดังนั้น เราขอหยุดคำว่าพ่อแม่รังแกด้วยการพูดคุยบนพื้นฐานของความรัก ความเข้าใจ และสอดคล้องกับความชอบ ความสามารถของเด็ก ถึงแม้ไม่มีทางไหนเป็นทางที่ดีที่สุด แต่การพูดคุยกัน รวมถึงการปลูกฝังทางด้านความคิดในการดูแล รับผิดชอบ และการตัดสินใจด้วยตนเอง จะทำให้การเติบโตทางด้านความคิดของเด็กเต็มไปด้วยความมั่นใจ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ได้มีเพียงแค่คุณภาพ แต่ยังมีความสุขมากๆ ซึ่งคงเป็นปลายทางที่พ่อแม่ทุกคนหวังไว้…จริงไหมคะ